development

หลังจากที่ debianclub เปิดตัวรอบใหม่มาได้ครบ 1 ปี (ตั้งแต่ 1 กันยายน 2550) โดยที่เราเน้นบทความสำหรับ user มาโดยตลอด ในขณะที่สมาชิกของเราก็มีบางคนทำงานพัฒนากับ debian อยู่ บางคนอาจจะทำ deb ไว้ แต่เผยแพร่ของใครของมัน ไม่มีแหล่งรวมที่สะดวกสำหรับผู้ใช้

ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาเริ่มเปิดช่องทางสำหรับงานพัฒนา โดยเริ่มจากการเปิด repository สำหรับเผยแพร่ deb แต่เราไม่มีเป้าหมายที่จะทำ distro เต็ม เราทำเพียงส่วนเสริมเพิ่มเติมจาก debian มาตรฐานที่ทุกคนใช้กันอยู่เท่านั้น โดยแพกเกจส่วนเสริมเหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็จะพยายามผลักดันเข้า debian ในที่สุด

debclub repository นี้ ใช้ชื่อรหัสว่า "ก้านกล้วย" (kankluay) โดยยืมชื่อจากแอนิเมชั่นสุดเจ๋งของคนไทย ให้เข้าชุดกับ Toy Story ของ debian โดยขณะนี้มี feature หลักคือ:

    หากคุณกำลังหาช่องทางที่จะช่วยงานพัฒนา Debian ขอแนะนำแพกเกจ how-can-i-help ซึ่งจะดักการเรียก APT เพื่อแสดงช่องทางที่คุณจะช่วยงาน Debian สำหรับแพกเกจที่คุณใช้ได้ โดยจะแสดงรายการ บั๊ก WNPP (เช่น แพกเกจกำพร้า, แพกเกจที่ร้องขอความช่วยเหลือ), บั๊กที่ติดแท็ก 'gift' (คือบั๊กที่ผู้ดูแลแพกเกจเปิดให้มือใหม่เข้าร่วมแก้ปัญหา), แพกเกจที่ถูกตัดออกจาก testing อันเนื่องมาจากมี RC bug ตกค้างนานเกินไป

    วิธีการ:

    debclub "ก้านกล้วย" repository ได้เปิดใช้งานมากว่าสองปีแล้ว ที่ผ่านมาก็ได้ให้บริการแพกเกจที่ปรับแก้บางอย่าง แต่ไม่เคยได้เล่าสู่กันฟังว่าได้ทำอะไรไปบ้าง บางแพกเกจก็ได้ merge แพตช์เข้ากับต้นน้ำไปแล้ว บางแพกเกจก็ยังไม่ merge วันนี้จึงขอรีวิวสิ่งที่น่าสนใจในก้านกล้วย เอาเฉพาะแพกเกจที่ยังไม่ merge นะครับ

    ได้เคย เขียนแนะนำงานแปล Debian ไว้ที่ Blognone ไว้หลายเดือนก่อน ขอคัดลอกมาไว้ที่ debianclub ด้วย เพื่อผู้ที่สนใจนะครับ

    Debian เริ่มมีการแปลภาษาไทยตั้งแต่รุ่น etch (4.0) เป็นต้นมา เราเริ่มเร็วหรือช้า ดูได้จาก แผนที่ภาษา ของ debian-installer ครับ นับว่าโชคยังดี ที่ถึงจะไม่ใช่ภาษาแรก ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็ยังไม่ใช่ภาษาสุดท้ายของภูมิภาค (ที่แน่ ๆ คือ เราช้ากว่ากัมพูชาและภูฏานไปหนึ่งก้าว ส่วนเวียดนามนั้น ไม่ต้องพูดถึง เขาอยู่ในระดับเดียวกับภาษาตะวันตกไปแล้ว)

    เวลาแก้ไขซอร์สโค้ดแล้วจะส่งส่วนที่แก้ให้คนอื่น เราจะส่งในรูปของแพตช์กัน ซึ่งแพตช์ก็ได้มาจากการ diff ระหว่างของเก่ากับของใหม่ หลายคนที่เคยแก้โปรแกรมจะค่อนข้างปวดหัวกับการ diff โดยเฉพาะถ้าซอร์สโค้ดมีขนาดใหญ่

    บางคนใช้วิธี copy ทั้งไดเรกทอรีเป็นอีกชื่อหนึ่งก่อนแก้ แล้วสั่ง diff แบบ recursive แบบนี้จะต้องใช้เนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ไม่ต่ำกว่าสองเท่าของขนาดซอร์สโค้ด คนที่เคยทำแพตช์สำหรับซอร์สอย่าง Mozilla หรืออะไรประมาณนั้น จะรู้ดี ว่าไม่ใช่เนื้อที่น้อย ๆ เลย

    Creative Commons License ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความแต่ละชิ้น
    ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ที่ยังไม่ได้ปรับแก้