เกี่ยวกับ debianclub

Debian GNU/Linux เป็นระบบปฏิบัติการเสรีที่ดูแลโดยชุมชนล้วน ๆ ภายใต้สัญญาประชาคมที่จะทำให้ Debian เป็นระบบปฏิบัติการเสรีตลอดไป ความโปร่งใสและเป็นอิสระจากองค์กรเชิงพาณิชย์ทำให้ Debian ได้รับความสนใจจากนักพัฒนามากมายจากทั่วโลก ทั้งที่เป็นนักพัฒนาอิสระและจากบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่เลือกที่จะเข้าร่วมพัฒนาในแหล่งที่เป็นกลางนี้

ความสำเร็จในการจัดการชุมชนโดยยังสามารถเน้นคุณภาพได้ด้วย ทำให้ Debian กลายเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่น ๆ ในเวลาต่อมา เช่น Gentoo และ Fedora รัฐบาลประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ ก็มักจะเลือกใช้ Debian เป็นฐานการพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับชุมชน ในฐานะที่เป็นระบบที่เสรีและเป็นกลางทางการค้า ผู้พัฒนา distribution ที่ใช้ Debian เป็นฐานก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น Knoppix, Kanotix, Skolelinux, Xandros, Linspire, Damn Small Linux, Ubuntu ฯลฯ

ผมเริ่มใช้ Debian ปีไหนก็จำไม่ได้ จำได้แต่ว่ารุ่นแรกที่ลงคือ slink ตามติดด้วย potato ความรู้สึกแรกคือประทับใจในความง่ายของระบบ apt เมื่อเทียบกับ RedHat ที่เคยใช้ รวมทั้งทึ่งในจำนวนแพกเกจอันมหาศาล ที่สามารถรวบรวมซอฟต์แวร์เสรีจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกัน โดยมีความเชื่อมโยงกันอย่างเหมาะเจาะพอดี การอัปเกรดแบบต่อเนื่อง ทำให้ผมสามารถติดตามซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ รายงานบั๊กและได้ใช้รุ่นแก้ไขอย่างทันใจ อีกทั้งทำให้ลืมนิสัยฟอร์แมตดิสก์ลง OS ใหม่เมื่อมีรุ่นใหม่ออกมาไปเลย นอกเหนือจากนิสัยรีบูตเครื่องบ่อย ๆ ที่ได้ทิ้งไปแล้วหลังจากบอกลาวินโดวส์

เมื่อได้สัมผัส Debian ลึกขึ้น ก็พบความมหัศจรรย์มากขึ้น ทั้งความละเอียดลออในการสร้างแพกเกจและเครื่องมือประกอบ ทั้งเรื่องระบบ upload/migrate แพกเกจอัตโนมัติระหว่างสายต่าง ๆ ของการพัฒนา ทั้งระบบ build อัตโนมัติเพื่อสนับสนุน architecture อื่น นอกจากนี้ ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่คอยกลั่นกรองคุณภาพและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้เข้าร่วมโดยไม่ปิดกั้น ทำให้เข้าใจได้ถึงปริมาณและคุณภาพของงานที่เกิดขึ้นในชุมชนนี้ และไม่แปลกใจเลยที่ Debian จะกลายเป็นตัวอย่างของความสำเร็จ จนเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นได้

ด้วยเหตุนี้ แม้จะไม่ใช่ OS ที่เน้นรูปลักษณ์ที่สวยงาม (ถึงแม้รุ่นหลัง ๆ จะสวยขึ้น) แต่คุณค่าของ Debian อยู่ที่การเป็นศูนย์รวมงานพัฒนาซอฟต์แวร์เสรีและโอเพนซอร์สระดับคุณภาพแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง Debian มุ่งเป็น "Universal OS" ที่สามารถนำไปใช้ได้ในงานต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ตั้งแต่นาฬิกาข้อมือยันเมนเฟรม เหมือนคุณมีโกดังขนาดใหญ่ หรือห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ที่มีของครบครันทุกแผนก พร้อมให้คุณเดินเข้าไปเลือกอุปกรณ์สำเร็จรูปมาประกอบใช้งานตามความประสงค์ของคุณ โดยที่คุณสามารถแน่ใจได้ว่า อุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ได้มาตามคำสั่งนั้นสามารถทำงานด้วยกันได้!

อย่างไรก็ดี สำหรับในประเทศไทยแล้ว ความสนใจใน Debian ของผู้ใช้ยังคงกระจัดกระจายอยู่ในกลุ่มต่าง ๆ ในลักษณะความสนใจส่วนบุคคล โดยไม่มีการรวมกลุ่มกัน ทำให้ขาดแหล่งข้อมูลหรือแหล่งปรึกษาปัญหาสำหรับผู้ที่จะเริ่มต้นใช้งาน รวมทั้งขาดความร่วมมือกันสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Debian การร่วมกันแปลโปรแกรมและเอกสารต่าง ๆ ให้เป็นภาษาไทย หรือเขียนเอกสารสำหรับผู้สนใจ

แหล่งหนึ่งที่ผมเคยได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ใช้ Debian อื่น ๆ คือชุมชน linux.thai.net แต่ในภายหลังได้ซบเซาลง หลังจากสมาชิกได้แยกย้ายกันไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยส่วนหนึ่งได้ไปตั้งเว็บข่าวไอทีอย่าง Blognone ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะ Slashdot เมืองไทย แต่สิ่งที่กระตุ้นให้ผมคิดถึงการตั้ง debianclub มาจากอีกชุมชนหนึ่ง คือ ubuntuclub ที่ตั้งโดยคุณมะระ เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ใช้ Ubuntu ซึ่งเป็น OS หนึ่งที่พัฒนาต่อยอดจาก Debian

ubuntuclub ทำให้ผมเห็นว่าชุมชนโอเพนซอร์สไทยได้พัฒนามาถึงจุดที่ผู้คนสามารถสลัดทิ้งแนวคิด "OS แห่งชาติ" มาได้แล้ว และเริ่มก้าวไปสู่สากลมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงนักพัฒนากลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ที่คิดและทำงานกับโครงการต้นน้ำ ส่วนกระแสผู้ใช้ทั่วไปยังอยู่ที่ "OS แห่งชาติ" ด้วยแนวคิดชาตินิยม และคอยกดดันภาครัฐให้ทำงาน แทนที่จะร่วมกันทำในภาคประชาชนตามแนวทางซอฟต์แวร์เสรีและโอเพนซอร์ส ซึ่งจะทำให้เกิดผลที่ยั่งยืนและกว้างขวางกว่า แต่ ubuntuclub เป็นก้าวสำคัญที่พาผู้ใช้ก้าวข้ามกรอบความคิดนี้มาระดับหนึ่ง แม้จะยังไม่ถึงขั้นโครงการต้นน้ำจริง ๆ อย่าง GNOME, KDE, freedesktop.org ฯลฯ ก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าได้นำพาผู้ใช้ก้าวมาสู่โลกกว้างได้ระดับหนึ่งแล้ว

แนวคิดการตั้งชมรมผู้ใช้เดเบียน (debianclub) จึงเป็นความพยายามหนึ่งที่จะขยายขอบเขตแนวคิดดังกล่าว โดยสร้างชุมชนในลักษณะเดียวกันสำหรับผู้ใช้ Debian เพื่อให้แฟน Debian ได้มีโอกาสรวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ อันจะส่งผลให้คนไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก Debian และมีส่วนร่วมกับชุมชนได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

เทพพิทักษ์ การุญบุญญานันท์ (เทพ)
1 กันยายน 2550
(เขียนในโอกาสฟื้น debianclub เป็นเวอร์ชัน 2)

Creative Commons License ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความแต่ละชิ้น
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ที่ยังไม่ได้ปรับแก้