การติดต่อกับระบบติดตามบั๊ก

หลังจากรายงานบั๊กไปตามที่ว่ากันใน ตอนแรก และ ตอนที่สอง แล้ว เมื่อระบบบั๊กของเดเบียนได้รับเมลของคุณและสร้างรายการบั๊กในระบบเสร็จแล้ว จะส่งเมลตอบมาพร้อมหมายเลขบั๊กและวิธีการติดตามบั๊ก รวมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ดูแลแพกเกจซึ่งจะได้รับสำเนาของรายงานด้วย

รายการบั๊กของคุณ สามารถดูผ่านเว็บได้ง่าย ๆ โดยไปที่ http://bugs.debian.org/ แล้วป้อนหมายเลขบั๊ก หรือจะใช้รูปแบบ:

http://bugs.debian.org/<หมายเลขบั๊ก>

เพื่อตรงไปที่บั๊กหมายเลขที่ต้องการได้ทันที หรือถ้าใช้รูปแบบ:

http://bugs.debian.org/<ชื่อแพกเกจ>

ก็จะแสดงบั๊กทั้งหมดของแพกเกจที่กำหนด ใช้ค้นหาบั๊กที่มีผู้รายงานได้อย่างรวดเร็ว เวลาที่คุณเจอปัญหาอะไรในเดเบียน นอกเหนือจากการใช้คำสั่ง reportbug ที่บรรทัดคำสั่ง

เกร็ด: ผมทำ smart bookmark ของ Epiphany เอาไว้เลย ช่วยประหยัด keystroke ได้เยอะ

การแสดงความเห็นเพิ่มเติมในบั๊ก ก็ทำได้โดยส่งเมลไปที่:

<หมายเลขบั๊ก>@bugs.debian.org

ส่วนการกระทำอย่างอื่นเกี่ยวกับบั๊ก เช่น เพิ่มแท็ก เปลี่ยนระดับความร้ายแรง ผสานบั๊กที่รายงานซ้ำกัน ฯลฯ สามารถทำได้โดยส่งเมลคำสั่งไปที่

control at bugs dot debian dot org

โดยดูรายการคำสั่งทั้งหมดได้จาก คำแนะนำคำสั่งควบคุมบั๊ก โดยปิดท้ายคำสั่งด้วยคำสั่ง "thanks" (หรือ "quit", "stop", "thank", "thankyou" หรือ "thank you" ก็ได้ แต่เห็นใช้ "thanks" กันมากที่สุด) ระบบควบคุมบั๊กจะหยุดอ่านคำสั่งหลังจากบรรทัดนี้ไป

เช่น จะเปลี่ยนหัวข้อของบั๊ก 123456 ก็ใช้คำสั่ง:

retitle 123456 foo: foo is ugly
thanks

ส่งคำสั่งทีละหลายคำสั่งก็ได้ เช่น:

package foo
reassign 123456 bar

package bar
retitle 123456 bar: bar is ugly
severity 123456 normal

thanks

จะเป็นการโอนบั๊กจากแพกเกจ foo ให้เป็นของแพกเกจ bar (หลังจากที่ตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่ใช่ปัญหาในแพกเกจ foo แต่อยู่ใน bar) ตามด้วยการเปลี่ยนชื่อบั๊กให้เกี่ยวข้องกับ bar พร้อมทั้งเปลี่ยนระดับความร้ายแรงของบั๊กให้เป็น normal

คำสั่ง "package" ใช้กำหนดให้คำสั่งต่าง ๆ ที่ตามมานั้น ใช้กับบั๊กของแพกเกจที่กำหนดเท่านั้น คุณจะไม่กำหนดคำสั่ง "package" นี้ แล้วสั่งกระทำกับบั๊กตรง ๆ เลยก็ได้ แต่คำสั่งนี้มีประโยชน์ที่สามารถกันการพิมพ์หมายเลขบั๊กผิด ซึ่งจะไประรานบั๊กของชาวบ้านเขาได้ โดยถ้าพิมพ์ผิด แล้วบั๊กนั้นไม่ใช่ของแพกเกจที่กำหนด ก็จะไม่มีผลอะไร

สังเกตคำสั่ง "thanks" ที่บรรทัดสุดท้าย เป็นการจบคำสั่ง ข้อความต่อจากบรรทัดนี้ไปจะไม่มีผลอะไรกับการควบคุมบั๊ก

โดยปกติ ในฐานะผู้รายงานบั๊ก คำสั่งที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณก็คือ:

reopen หมายเลขบั๊ก
ใช้เปิดบั๊กที่ปิดไปแล้วขึ้นมาใหม่ อาจใช้ในกรณีที่นักพัฒนาอ้างว่าแก้ปัญหาแล้ว แต่คุณพบว่าปัญหายังคงอยู่
retitle หมายเลขบั๊ก ชื่อใหม่
ใช้เปลี่ยนชื่อหัวข้อบั๊กเป็นชื่อใหม่ อาจใช้เมื่อพบว่าปัญหาจริง ๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรือพิมพ์ผิด
severity หมายเลขบั๊ก ระดับความร้ายแรง
ใช้เปลี่ยนระดับความร้ายแรงของบั๊ก
tags หมายเลขบั๊ก [ + | - | = ] tag [ tag... ]
ใช้ติดป้ายกำกับบั๊กเพื่อบอกสถานะบางอย่าง โดยใช้ + เพิ่มแท็ก, ใช้ - ลบแท็กออก, ใช้ = ลบแท็กเดิมทั้งหมดแล้วใช้แท็กชุดใหม่แทน เช่น

tags 123456 + patch l10n

ระบุแท็กของบั๊กว่ามีแพตช์เสนอ และเป็นบั๊กที่เกี่ยวกับ localization

ดูความหมายของแท็กต่าง ๆ ได้จาก หน้าอ้างอิง

package ชื่อแพกเกจ
ใช้ระบุว่า คำสั่งต่าง ๆ ที่ตามมา ใช้กับแพกเกจที่กำหนดเท่านั้น ถ้าบั๊กไม่ใช่ของแพกเกจนี้ ไม่ทำ
thanks
thank
thankyou
thank you
stop
quit
ใช้จบชุดคำสั่ง สิ่งที่อยู่ในเมลหลังบรรทัดนี้ จะไม่ถูกอ่าน

(ดูรายละเอียด คำสั่งทั้งหมด)

ระบบติดตามบั๊กของเดเบียน จะว่ายากก็ยาก แต่จะว่าสะดวกก็สะดวก ในเมื่อทุกอย่างติดต่อผ่านเมลหมด จะ forward หรือ Cc: เข้าเมลลิงลิสต์ก็สะดวก จะ quote จะ attach อะไร ก็ใช้ระบบเมลนั่นแหละ ระบบบั๊กบนเว็บอย่าง bugzilla นั้น จะมีเมลแจ้งเมื่อมีความเห็นใหม่ แต่จะบอกว่า "do not reply to this message" ให้คลิกไปตอบในเบราว์เซอร์แทน ซึ่งก็ต้องเปิด URL แล้วล็อกอินอีกขั้นหนึ่งก่อนตอบ แต่ของเดเบียน ให้ตอบได้เลยทางเมลที่ได้รับนั่นแหละ (ยกเว้นความเห็นแรกที่ต้องส่งเข้าที่อยู่ของบั๊กเอง)

ข้อเสียคือ ต้องเรียนรู้คำสั่งในการควบคุมบั๊กนิดหน่อย แต่โดยส่วนใหญ่ ถ้าคุณไม่ใช่นักพัฒนา ก็มักจะไม่ได้ใช้คำสั่งพวกนี้หรอก